วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

วัฒนธรรมใหม่ จากบุคลิกใหม่ จากวงจรสมองใหม่

       ด้วยความรู้เก่า เราเคยเข้าใจว่าสมองของมนุษย์เจริญเติบโตแค่เพียงชั่วอายุหนึ่งและหยุดเติบโต แต่ความรู้ทางการแพทย์ในปัจจุบันพิสูจน์แล้วว่า สมองของมนุษย์เติบโต เปลี่ยนแปลง และเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ตลอดชีวิต และเซลล์สมองก็เป็นกล้ามเนื้อชนิดหนึ่งที่ยิ่งใช้บ่อย ฝึกบ่อย ก็ยิ่งแข็งแรงขึ้น คล่องแคล่ว เรียนรู้และปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ได้เร็ว เส้นใยสมองถูกสร้างและเปลี่ยนได้ง่ายขึ้น เป็นที่มาของ “ความยืดหยุ่นของสมอง” ที่เป็นคุณสมบัติที่ทำให้มนุษย์มีวิวัฒนาการ พัฒนาองค์ความรู้ และสืบทอดบทเรียนต่อยอดกันมาถึงปัจจุบัน เพราะฉะนั้น เราสามารถเปลี่ยนวงจรสมองของเราได้ 


  ความหมายของ วงจรสมองใหม่ นี้มิได้จำกัดอยู่เพียงในบริบทของการเรียนรู้และเข้าใจเนื้อหา บทเรียน แต่หมายรวมถึงการสร้างพฤติกรรมใหม่ การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นแบบใหม่ การมี “บุคลิกใหม่” เป็นคนใหม่ในร่างกายเดิมด้วย เพราะเมื่อเรามีวงจรสมองใหม่แล้ว เราสามารถเลือกที่จะรับรู้และตอบสนองได้ 2 ทางเลือก คือ แบบเก่าและแบบใหม่ เช่น เราเคยโกรธคนที่ไม่รักษาคำพูด และเราไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโกรธเขา แต่ถ้าเรามีวงจรสมองใหม่ที่เข้าใจว่า การจัดลำดับความสำคัญของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เขาอาจให้ความสำคัญกับการทำงานให้สำเร็จด้วยวิธีที่ยืดหยุ่น ไม่จำกัดตัวเองด้วยคำพูดบางคำที่สามารถทำความเข้าใจใหม่กันได้ด้วยเหตุผลและข้อมูลแบบภาพรวม ซึ่งถ้าคุณรู้ว่าสถานการณ์เปลี่ยน คุณก็จะปรับการกระทำให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่เช่นเดียวกับเขา 
เมื่อเรามีทางเลือกในชีวิต เราสามารถลองทำสิ่งใหม่ๆ ลองมีประสบการณ์ใหม่ๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นสิ่งเปรียบเทียบให้ตัวเราเอง ถ้าเราเห็นสิ่งใหนดีกว่า เราก็เลือกสิ่งนั้น เราอาจจะเลือกทำแบบเก่าในบางเรื่องก็ได้ แต่เพราะว่าเราลองมาทุกแบบแล้วและเราเลือกทำวิธีนี้ ไม่ใช่เราต้องทำวิธีนี้แบบไม่มีทางเลือก และถ้าเรารับรู้โลกในมุมมองใหม่ๆบ่อยขึ้น เราก็จะชำนาญที่จะมองโลกจากหลายๆมุม เข้าใจผู้อื่นและเข้าใจตนเองมากขึ้น โดยไม่รู้ตัว คนรอบข้างจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของคุณ คุณจะกลายเป็นคนใหม่อยู่ในโลกใบใหม่ที่มีแต่ความสุข เพราะฉะนั้น เราสามารถเปลี่ยนโลกของเรา บุคลิกของเรา จากการเปลี่ยนวงจรสมองของเราได้ 
  แล้วคนที่เคยมีนิสัยในการทำงานแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ก็สามารถเปลี่ยนมาเป็นคนที่ทำงานแบบวางแผนล่วงหน้า เรียนรู้จากความผิดพลาด พัฒนาระบบป้องกันความผิดพลาดได้ และจากองค์กรที่เคยทำงานแบบไร้ประสิทธิภาพเพราะมีคนทำงานที่มีนิสัยทำงานแบบสุกเอาเผากิน ไม่ใส่ใจรายระเอียด สามารถกลายเป็นองค์กรที่มีบุคลิกใหม่ ทำงานเป็นระบบ พนักงานมีวินัย บริการลูกค้าด้วยใจได้ หากแต่ผู้นำต้องเข้าใจ “หัวใจของการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร” อย่างถ่องแท้ 
  ถ้าผู้นำเข้าใจวิธีการนี้ เขาจะสามารถเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นในแบบที่เขาอยากสร้างได้ โดยมีจุดเริ่มต้นที่การเอื้ออำนวยให้พนักงานเปลี่ยนบุคลิกของตนเองให้เข้าสู่สมดุลย์ จากการเอื้ออำนวยให้พนักงานเปลี่ยนแปลงขั้นรากฐานในตนเอง เปลี่ยนโลกภายใน เปลี่ยนวิถีชีวิต ด้วยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้การสร้างวงจรสมองใหม่เกิดได้ง่ายที่สุด และวงจรสมองใหม่ในพนักงานนี้ที่จะผลิดอก ออกผลเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นรากฐานในทีม ในส่วน ในแผนก และที่สุดคือในองค์กร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น