ในบทความที่แล้วเราคุยถึงเรื่องการสร้างคนทำงาน โดยที่แผกบุคคลต้องไม่มีหน้าที่แค่หาคนมาใส่ตำแหน่งที่ขาด แต่ต้องเป็นแผนกพัฒนาบุคคลด้วย และวิธีคิดของหัวหน้างานต้องปรับเป็นแบบวิธีโค้ชของทีมฟุตบอลที่ต้องไม่ลงไปล้วงลูกมาเตะเอง หากแต่พัฒนาความสามารถนักเตะให้สร้างผลงานให้ได้
เมื่อมาวิเคราะห์ดูแล้ว โค้ชในบริษัทก็คือ ครู+หัวหน้างาน นั่นเอง แต่คำว่าครูในที่นี้เราต้องมาตีความกันอย่างลึกซึ้งและดูตัวอย่างจากคนที่มี “ความเป็นครู” ไม่ใช่คนที่มีอาชีพครูเพียงอย่างเดียว ความเป็นครูที่แท้นั้น ไม่ได้สอนเฉพาะในส่วนเนื้อหาความรู้เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นผู้นำทางที่ถือตะเกียงส่องทางในด้านการเติบโตทางจิตวิญญาณและการเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วย
ครูที่แท้สร้างคนให้แก่สังคม เราอาจมีข้อแย้งในใจว่า พอเราสร้างคนให้เก่งได้แล้วเดี๋ยวเขาก็ออกไปจากเรา แล้วจะเสียเวลาและทรัพยากรทำไม? ข้อนี้ต้องขอตอบว่า ถ้าเราสร้างคนได้ถูกวิธี คนจะไม่เคยออกไปจากชีวิตเรา
ตรงนี้อาจฟังดูเป็นอุดมคติจนไม่สามารถทำจริงได้ แต่อยากให้เราลองหลับตานึกย้อนไปในชีวิตเราว่า มีผู้มีพระคุณท่านใดที่หากคุณทราบว่าท่านผู้นั้นต้องการความช่วยเหลือ คุณจะกุลีกุจอทำให้เต็มความสามารถและกำลังโดยไม่ลังเลเลยหรือไม่? นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังพูดถึงว่า ถ้าเราสร้างคนได้ถูกวิธี คนจะไม่เคยออกไปจากชีวิตเรา คนที่เราสร้างนั้นอาจจะไม่ทำงานให้เราตลอดไปเพราะเขามีโอกาสเติบโตก้าวหน้าในชีวิตของเขา เราก็จะยินดีและสนับสนุนการเติบโตของเขาด้วยซ้ำ เหมือนผู้มีพระคุณของท่านที่ยินดีกับความสำเร็จของคุณเช่นกัน และคนที่คุณได้สร้างขึ้นมานั้นจะไม่ออกไปจากชีวิตคุณ เพราะคุณได้สร้างการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณกับเขาไว้แล้ว
ครูที่แท้ ก่อนจะสั่งสอนจะเชื่อมต่อกับศิษย์ด้วยความรัก ความเมตตา และความเอาใจใส่ก่อนเสมอ เพราะท่านรู้ว่าหลังจากเกิดการเชื่อมต่อนี้แล้วเท่านั้นที่ประตูใจของศิษย์จึงจะเปิดรับการสั่งสอน
(ลอง youtube ครูสมพรสอนลิง ดูครับ) ในบริษัท องค์กรก็เช่นกัน หัวหน้างานต้องสร้างการเชื่อมต่อนี้กับคนทำงานด้วย ถ้าไม่มีสิ่งนี้ ความเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารก็เป็นเพียงแต่ตำแหน่งปลอมๆ ที่สมมุติขึ้นเท่านั้น มีแต่พระเดชไว้ลงโทษแต่ไม่มีพระคุณไว้ยึดเหนี่ยวหัวใจ
ครูขององค์กรนี้ต้องทำหน้าที่ตั้งคำถามที่ถูก(ขอเน้นว่าตั้งคำถาม..ไม่ใช่สอน)เพื่อเชื่อมโยงคนทำงานเข้ากับความเป็นจริงในโลกภายนอก เปรียบเหมือนสะพานที่เชื่อมพรมแดนของศักยภาพเดิมของคนทำงานกับความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และคำถามที่ถูกนี้จะขยายศักยภาพของเขาออกแบบผลิบานจากข้างใน ร่วมกับการบ่มเพาะฉันทะ คือความสนใจใฝ่รู้และความมุ่งมั่นที่จะนำพาตนเองไปให้ไกลที่สุด เท่าที่ความสามารถของเขาจะทำได้ในชีวิตของเขา
การสร้างฉันทะนั้น เกิดจากองค์ประกอบใหญ่ๆ 3 สิ่งคือ
การสร้างแรงบันดาลใจ
การเป็นตัวอย่างที่ดีให้เจริญรอยตาม และ
การหล่อเลี้ยง รดน้ำพรวนดินให้ศิษย์ได้เติบโตอย่างรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเอง
มาถึงตรงนี้อยากชวนทุกท่านลองสร้างความเป็นครูในตัวคุณดู อาจจะขอไปเป็นครูอาสาหรือลองสอนเด็กข้างบ้านหรือลูกของคุณเองด้วยแนวคิดที่ผมเสนอดู เพราะความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณแช่มชื่นใจจากการให้ และคุณจะรู้ว่าการสร้างคนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอุดมคติที่ทำจริงไม่ได้
ทีนี้มาถึงทางเลือกที่ท่านต้องเลือกแล้วว่า ท่านจะเลือกเผชิญปัญหาเรื่องคนอย่างไร? ถ้าเลือกวิธีเดิมที่เคยใช้มา ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เจออยู่ทุกวันนี้ หรือท่านจะเลือกทดลองทำเหตุ-ปัจจัยใหมๆ่ เพื่อให้เจอหนทางการสร้างองค์กรแบบที่ท่านฝันที่จะมี

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น